การพฒนาโปรแกรมการพยาบาลในการใหการปรกษาแบบสรางแรงจงใจ ตอผลลพธทางคลนกในผปวยวยรนทมสมาธสน

Abstract

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของโปรแกรมการพยาบาลในการให้การปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจต่อผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีสมาธิสั้นใช้กระบวนการพัฒนาโปรแกรมของไมเจลและคณะ 5 ระยะ ได้แก่ 1) การกำหนดปัญหา 2) การสำรวจความต้องการเนื้อหาและกิจกรรมที่ต้องการพัฒนาโปรแกรม 3) การออกแบบโปรแกรมการทดลอง 4) การตรวจสอบความตรง การประเมินความเป็นไปได้ และการยอมรับโปรแกรม และ 5) การทดสอบผลลัพธ์ของโปรแกรม กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วยผู้ป่วยวัยรุ่นที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้น จำนวน 62 ราย และผู้ปกครอง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 31 ราย ด้วยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการพยาบาลในการ ให้การปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจ (ความตรงเชิงเนื้อหา CVI = 0.84) แบบประเมินความร่วมมือในการใช้ยา และแบบประเมินพฤติกรรมสมาธิสั้น (ค่าความเชื่อมั่น = 0.76, 0.82 ตามลำดับ) เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและภายหลังได้รับโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Wilcoxon Signed Ranks Test และ Mann-Whitney U-test ผลการวิจัย 1) การพัฒนาโปรแกรมการพยาบาลในการให้การปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจต่อผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีสมาธิสั้น เกิดจากการสำรวจปัญหาและการทบทวนวรรณกรรม ประกอบด้วย 7 กิจกรรม 2) กลุ่มทดลองภายหลังได้รับโปรแกรม มีคะแนนความร่วมมือในการใช้ยามากกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมและพฤติกรรมสมาธิสั้นลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) 3) คะแนนความร่วมมือในการใช้ยา และพฤติกรรมสมาธิสั้นของผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีสมาธิสั้นระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้ Mann-Whitney U-test พบว่าไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > .05) ในทั้งสองตัวแปร สรุปได้ว่าโปรแกรมการพยาบาลในการให้การปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจสามารถช่วยส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยาและลดพฤติกรรมสมาธิสั้นในกลุ่มวัยรุ่นสมาธิสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับรายบุคคล แม้ยังไม่พบความแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม จึงควรมีการศึกษาต่อเนื่องในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ และในระยะเวลาติดตามผลที่ยาวนานขึ้น เพื่อยืนยันผลลัพธ์ในกลุ่มประชากร

Description

Citation

Collections

Endorsement

Review

Supplemented By

Referenced By